วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2551

รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2551
ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา 56120
……………………………………………………………………………………………………
บทนำ
ตามที่ชุมชนบ้านถ้ำ ได้รับความไว้วางใจในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยชุมชนเห็นความสำคัญทางวัฒนธรรมที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิต ความเป็นอยู่และสืบทอดให้กับเยาวชนในการสืบสาน นำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยได้รับ และดำเนินการจัดตั้งศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ ขึ้นโดยกำหนดการพิธีเปิดเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นระยะเวลา 4 ปี โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านถ้ำ สำนักงานปกครองอำเภอดอกคำใต้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 1 สภาวัฒนธรรมตำบลบ้านถ้ำ และหน่วยงานปกครองชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านตำบลบ้านถ้ำ มาด้วยดี
ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ เป็นการดำเนินการของชุมชนโดยไม่รับค่าตอบแทน แต่มีความสำนึกในการดำเนินกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์ สืบสาน และสืบทอดองค์ความรู้เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับ วิถีชีวิตและสภาวะทางเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ค่านิยมทางวัตถุนำคุณค่าทางจริธรรม คุณธรรม และอารยะธรรมทางตะวันตกมาครอบงำ การดำเนินงานทางศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำจึงได้ดำเนินการอย่างระมัดระวังในการที่จะสร้างผลกระทบต่อชุมชน โดยนำเสนอในการสร้างภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรม โดยศึกษาองค์ความรู้ การศึกษาถึงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนตำบลบ้านถ้ำมานำเสนอต่อ หน่วยงาน และการสนับสนุนของภาครัฐในการจัดสนับสนุนในงบประมาณในโอกาสต่อไป

แนวความคิดและการดำเนินงาน
แนวคิดและการดำเนินงานศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำที่สำคัญมีดังนี้
1. การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ด้วยการสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมให้กับคนในชุมชนตำบลบ้านถ้ำ ได้สนับสนุนการศึกษาวิจัยในองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยพบว่าในชุมชนตำบลบ้านถ้ำได้มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเองที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้และเป็นภูมิคุ้มกันทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี โดยเป็นที่ปรึกษาและสนับสนุนให้ดำเนินงานการศึกษาดังต่อไปนี้
- การศึกษาวิจัยเรื่อง ความยั่งยืนในการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล
- สนับสนุนการศึกษาองค์ความรู้ทางศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้านทางงานช่างศิลปะประดิษฐ์งานต้องดอก สำหรับนักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปเป็นแบบเรียน
- สนับสนุนการนำแบบเรียนการต้องดอก ไปพัฒนาเป็นแผนการจัดการเรียนรู้ให้กับสถานศึกษาทั่วไปซึ่งอยู่ในระหว่างการทดสอบ ศึกษาวิจัยร่วมกับโรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม
2. การเพิ่มคุณค่า และมูลค่าเพิ่มทุนทางวัฒนธรรม ทุนทางภูมิปัญญา ทุนทางวัฒนธรรมของสังคมไทยที่ปรากฏในลักษณะต่างๆ ได้แก่
- ระบบความเชื่อทางศูนย์ฯได้สนับสนุนองค์ภูมิปัญญาความเชื่อในเรื่องผีหอเจ้าพ่อล้านช้างในการรักษาป่าชุมชน และป่าต้นน้ำ ทางศูนย์ฯได้เป็นแกนำในการบูรณะอาคารโบราณ หอเจ้าพ่อล้านช้างโดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการโดยนายบุญฝาง อัมพุธ กำนันตำบลบ้านถ้ำ และประธานศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำระดมชุมชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และบูรณะจนสำเร็จ ได้จัดกิจกรรมสืบชะตาแม่น้ำและป่าชุมชนร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านถ้ำ
- องค์ภูมิปัญญาพื้นบ้านและวัฒนธรรม ได้นำองค์ความรู้ทางการรักษาป่าและป้องกันการพังทลายหน้าดินโดยการนำเสนอพื้นที่สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นขึ้นเหนือพื้นที่ป่าชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่ลาดชัน และมีการพังทลายหน้าดินสูง จำนวน 500 ลูก สนับสนุนให้มีการศึกษาพื้นที่ป่าเพื่อการสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวดิน และเพิ่มมูลค่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทรัพยากรป่าไม้ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ขึ้นเพื่อให้ชุมชนมีรายได้ สนับสนุนวรรณกรรมพื้นบ้านในประเพณีสลากภัตต์คร่าวหงษ์วรรณกรรมสดุดีผู้วายชนต์เป็นครั้งสุดท้ายที่กำลังสูญหาย
- โบราณสถานได้มีการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลบ้านถ้ำบูรณะอุโบสถโบราณที่กำลังพังทลายกลางหมู่บ้าน จำนวน 30,000 บาทให้กับศูนย์ฯดำเนินการ
- สังคมก่อให้เกิดความรักและภาคภูมิใจในท้องถิ่นได้รับงบประมาณสนับสนุนจากเทศบาลในการปรับปรุงภูมิทัศน์และพิธีเปิดอนุสาวรีย์อดีต ส.ส.ประพันธ์ อัมพุธ ทั้งนี้ยังนำข้อมูลพื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนมาพัฒนาชุมชนให้เกิดความรัก สามัคคี อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
3. การมีส่วนร่วมของประชาชน จากแนวทางกิจกรรม การดำเนินงานที่ผ่านมาได้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคชุมชนเป็นส่วนใหญ่เนื่องจากไม่มีงบประมาณมาสนับสนุนการดำเนินงาน แต่ผลที่ได้เป็นการสนับสนุนด้วยความเต็มใจและได้กลั่นกรองอย่างดีจากภาคชุมชน ส่งผลการตระหนักต่อความสำคัญของตนเอง สู่ชุมชน สร้างจิตสำนึกในการรักษาป่า ร่วมรับผิดชอบร่วมกันและรับประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ร่วมกัน
4. การบูรณาการ เน้นการบูรณาการทั้งความคิด และการปฏิบัติสู่พื้นที่เป้าหมายร่วมกัน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า กิจกรรมที่เริ่มศึกษาและสนับสนุนนั้นจากความรู้ และภูมิปัญญาพื้นบ้านมาสู่การศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบภายในชุมชน นำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเผยแพร่สู่ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสถานศึกษาภายในชุมชน โดยสนับสนุนนำความรู้มาเผยแพร่ใช้ประโยชน์สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับท้องถิ่น

ผลการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณ 2551
1. ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
- สนับสนุนการศึกษาองค์ความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านในการรักษาป่าชุมชน ของการศึกษาค้นคว้าอิสระ มหาหาวิทยาลัยนเรศวรพะเยา เรื่อง ความยั่งยืนในการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อนำข้อมูลที่ศึกษาเป็นแนวทางมาพัฒนาพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน และนำข้อมูลที่ได้สนับสนุนหน่วยงานในท้องถิ่นนำไปเป็นแผนงานโครงการ และเป็นฐานข้อมูลให้กับเยาวชน ชุมชนได้ศึกษา ในการผลการศึกษาพบว่า
ผลการศึกษาความยั่งยืนในการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล ในครั้งนี้คือ 1) มีความเป็นชุมชนในระบบเครือญาติ และวัฒนธรรมความเชื่อในชุมชน เป็นไปในแนวเดียวกันมีความเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนสูง 2) มีทรัพยากรธรรมชาติ ที่เอื้ออำนวยให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้เพื่อการผลิตของชุมชนได้ 3)มีผู้นำที่เข้มแข็งสามารถนำเอาภูมิปัญญาวัฒนธรรมความเชื่อมาใช้ในการจัดการทรัพยากรของชุมชนได้จะทำให้ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนในการจัดการทรัพยากรป่าไม้ หรือป่าชุมชนต้องมีความชัดเจนในเรื่องของการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำป่าไม้และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการทรัพยากร ในชุมชนโดยองค์กรของชุมชนในการมีส่วนร่วมเพื่อผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อผลประโยชน์นั้น การจัดการต้องมุ่งเน้นให้เป็นการจัดการที่ถาวรและยั่งยืน เห็นว่าการจัดการตามรูปแบบของป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล มีจุดยืนที่ชัดเจน คงไว้ในวัฒนธรรมชุมชน มีวิธีการจัดการป่าชุมชนมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนที่เป็นตัวอย่างของชุมชนอื่นที่สามารถนำเอาวิธีการวัฒนธรรมความเชื่อประเพณีและภูมิปัญญามาใช้ในการจัดการอนุรักษ์ป่าชุมชนอย่างยั่งยืน
- เป็นแกนนำในการบูรณะอาคารโบราณหอเจ้าพ่อล้านช้าง ซึ่งเดิมมีสภาพชำรุดเนื่องจากผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนาน และเป็นอาคารที่เป็นศูนย์รวมทางด้านความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านที่มีผลต่อทางด้านจิตใจและมีผลต่อความสมบูรณ์ของป่าชุมชน มีประเพณีที่สืบทอดกันตลอดมาโดยไม่ใช้งบประมาณจากทางราชการ โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและผู้มีจิตศรัทธาโดยมีประวัติและพิธีกรรมดังนี้
เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2400 ตรงกับเดือน 6 เหนือขึ้น 5 ค่ำวันจันทร์ ปีสะง้า (ปีมะเมีย) มีชาวบ้านจากนาแงะนางเหลียว อำเภอเกาะคา จำนวน 7 ครอบครัว อพยพพากันมาอาศัยอยู่บ้านถ้ำ และได้เลือกทำเลพื้นที่สร้างหอผีประจำหมู่บ้าน อันเป็นเวลาของการฟื้นฟูบ้านเมืองซึ่งมีการกวาดต้อนและการอพยพของชนกลุ่มต่าง ๆ เข้ามาอาศัยอยู่ในตำบลบ้านถ้ำเป็นจำนวนมาก ทำให้คติการนับถือผี ความเชื่อหล่อหลอมรวมกัน ทำให้ผีวิญญาณอเนกอนันต์ที่คุ้มครองบริเวณหมู่บ้าน ป่าเขาให้ร่มเย็นเป็นสุข มีความอุดมสมบูรณ์และได้ตั้งชื่อหอผีประจำหมู่บ้านว่า “หอเจ้าพ่อล้านจ๊าง” เพราะว่าหมู่บ้านแต่เดิมหากใครซื้ช้างมาเลี้ยงในหมู่บ้านหรือป่าช้าจะตายประจำเลย “เจ้าพ่อไม่ชอบช้างจะกันช้างล้านตัวในแต่ละปี จะมีการเลี้ยงผีหอเจ้าพ่อล้านช้างอยู่ 3 ครั้งคือ ตานข้าวใหม่ ดำหัวและสืบชะตาหมู่บ้าน และประเพณี ซึ่งเป็นพิธีใหญ่เข้าทรงและเลี้ยงเจ้าพ่อ มีการเตรียมข้าวปลาอาหารและเครื่องเซ่น สำหรับการแต่งกายซึ่งใช้ได้ทั้งชายและหญิงไว้หลาย ๆ ผืน สำหรับผู้ประทับทรง นอกจากนั้น ก็มีการเตรียมพื้นที่สำหรับ วงดนตรีพื้นเมืองที่จะต้องบรรเลงเพลงประกอบการฟ้อน ซอจ้อย ซึ่งก่อนที่จะมีพิธีเลี้ยงผี 1 วัน จะมีการแจ้งข่าวโดยการตีฆ้อง และตีกลองรอบหมู่บ้านเพื่อเชิญผู้มาร่วมร่วมพิธี ด้านหลังเป็นทางขึ้นของผีเจ้าที่ บริเวณหอจะมี “ผามฆ่าสัตว์” (ผามหมายถึง อาคารโล่งที่สร้างขึ้นเพื่อทำกิจกรรมชั่วคราวหรือถาวรก็ได้) ด้านหลังมีหลักบ้านหลักเมืองอีก 3 หลักเรียกว่า เสาหลักช้าง เสาหลักม้า และเสาหลักเทวดา ไว้เป็นที่วางอาหารให้เจ้าที่ ผู้หญิงที่มีอาวุโสเป็นผู้สืบทอดประกอบพิธีกรรมการบูชาเซ่นสรวงและมักจะเป็น”ม้าขี่หรือร่างทรง”มีการจัดอาหารคาวหวานเซ่นสังเวย แต่โบราณจะมีการฆ่าควาย แล้วชำแหละปรุงอาหารมาถวาย ผู้นำหมู่บ้านและผู้สูงอายุจะต้องเดินทางมาร่วมพิธีกันหมด ในเดือน 9 เหนือ ออก 3 ค่ำ (ประมาณเดือนมิถุนายน) ร่างทรงจะกล่าวตักเตือนลูกหลาน ผู้นำหมู่บ้าน รวมทั้งช่วยในการทำนายทายทักและรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หลังจากนั้นก็มีการชุมนุมฟ้อนรำและการละเล่นอย่างสนุกสนานเรียกว่า “การฟ้อนผี” ซึ่งจะทำพิธีบนหอ แต่บางปีก็ลงมาฟ้อนบริเวณลานหรือข่วงหน้า “หอผีเจ้าพ่อล้านจ๊าง”
- สนับสนุนและร่วมกิจกรรมประเพณีบวชป่าและสืบชะตาน้ำออกฮู(ป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล)โดยจัดกิจกรรมในช่วงกลางวัน ในวันที่ เดือนพฤศจิกายน 2550 เป็นการการนำภูมิปัญญาในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ชุมชนบ้านถ้ำ เป็นชุมชนโบราณ มีการสั่งสมความรู้ภูมิปัญญาในการจัดการป่ามาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และมีการถ่ายทอดมาสู่ลูกหลานจนเกิดเป็นกิจกรรมที่ปฏิบัติกันเป็นประจำทุกปี และถือเป็นองค์ความรู้ของชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ มีภูมิปัญญาและองค์ความรู้ในการจัดการป่าชุมชนที่แสดงออกมาผ่านกิจกรรม ประเพณี พิธีกรรม และภูมิปัญญาในการใช้ป่าอย่างยั่งยืน
การสืบชะตาแม่น้ำ การสืบชะตาแม่น้ำ เป็นการประยุกต์พิธีกรรมทางพุทธศาสนามาเป็น
กุสโลบายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูแม่น้ำ ที่ประยุกต์มาจากการสืบชะตาคน เพื่อขอขมาลาโทษแม่น้ำที่ได้ใช้ประโยชน์ และกระตุ้นจิตสำนึกการอนุรักษ์แม่น้ำของคนในชุมชนและคนภายนอกชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาป่าร่วมกัน บางครั้งจะทำควบคู่กับการบวชป่าจะทำในบริเวณ แหล่งต้นน้ำออกฮู ป่าชุมชนตำบลบ้านถ้ำ ในเดือนยี่เป็ง (ประมาณเดือนพฤศจิกายน) โดยการนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีกรรมทางศาสนา จะทำกันทุกปี
การบวชป่า การบวชป่าเป็นการประยุกต์พิธีกรรมตามประเพณีทางพุทธศาสนาหรือการ
นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป หรือ 9 รูป พิธีกรรมจะเริ่มช่วงเช้า ในเดือนยี่เป็งและหอพิธีกรรม พระสงฆ์กล่าวเจริญพุทธมนต์ ผู้สูงอายุ ชาวบ้าน นำผ้าเหลืองไปผูกมัดต้นไม้ใหญ่ในป่า การบวชต้นไม้เป็นกุสโลบายในการรักษาป่าที่ประยุกต์มาจากการบวชพระ การนำผ้าเหลืองมามัดไว้กับต้นไม้ใหญ่แสดงว่าต้นไม้ใหญ่ดังกล่าวได้ผ่านการบวช คนที่จะมาตัดฟันจะมีบาปเท่ากับฆ่าพระ การบวชต้นไม้หรือการบวชป่าจึงเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านหลายพื้นที่ได้นำมาใช้ในการรักษาป่า ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า
- แกนนำในการการสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น จากการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกรมการปกครอง ในการสร้างฝายได้นำงบประมาณบางส่วนมาดำเนินการเหนือพื้นที่ป่าชุมชน เพื่อสร้างฝายชั่วคราว หรือฝายชะลอความชุ่มชื้น เป็นองค์ความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการดักตะกอนและการพังทลายของหน้าดิน สร้างความสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าโดยได้รับการสนับสนุนแรงงานจากราษฎรในพื้นที่ตำบลบ้านถ้ำ จำนวน 500 ลูก
2. งานด้านอาชีพ และศิลปวัฒนธรรมได้ดำเนินการดังนี้
- ได้สนับสนุนการศึกษาองค์ความรู้อนุรักษ์และสืบสานการประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพ ทางศิลปะและวัฒนธรรมพื้นบ้าน รายวิชางานช่างศิลปะประดิษฐ์ “การต้องดอก” สำหรับนักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปเป็นแบบเรียนร่วมกับโรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในฝัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 1

- ส่งเสริมการนำเอกสารประกอบการเรียนรู้ โดยนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงเป็นแผนจัดการเรียนรู้ในหลักสูตรต้องดอกระดับมัธยมศึกษา สามารถนำผลการศึกษาและแผนการเรียนรู้เผยแพร่ในโอกาสต่อไป โดยโรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม ซึ่งเป็นโรงเรียนในฝัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพะเยาเขต 1
- ส่งเสริมและสนับสนุนการเล่า “คร่าวหงษ์” วรรณกรรมพื้นบ้านที่สดุดีผู้วายชนต์ที่แสดงความรัก ความเอื้ออาทรและตลอดจนคุณงามความดีในอดีต จนถึงวาระสุดท้ายของผู้วายชนม์ เป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และอนุรักษ์วรรณกรรมพื้นบ้านที่เกึอบสูญหายไปจากสังคมล้านนาในประเพณีสลากภัตต์ตำบลบ้านถ้ำจำนวน 4 วัด
3. ด้านพัฒนาคุณธรรม และจริยธรรม
- สนับสนุนโรงเรียนในเครือข่ายโรงเรียนวิถีพุทธ ในพิธีเปิดบ้านคุณธรรมของโรงเรียนบ้านถ้ำประชาบำรุง และโรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม
4. ด้านลานวัฒนธรรม
- ร่วมกับชุมชนตำบลบ้านถ้ำเปิดลานวัฒนธรรมและพิธีเปิดอนุสาวรีย์อดีตส.ส.ประพันธ์ อัมพุธ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเทศบาลตำบลบ้านถ้ำ 10,000 บาทในการดำเนินงาน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการต้อนรับรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ในการทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์
- สนับสนุนเยาวชนให้มีการแสดงออกทางวัฒนธรรม โดยมีกิจกรรมการตีกลองสะบัดไชย
5. ด้านความรู้และห้องสมุดชุมชน
- ได้สนับสนุนการศึกษา ความรู้ทางศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อาชีพต่อเนื่องกับศิลปวัฒนธรรมเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูคือ
1).ความยั่งยืนในการจัดการป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล ตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
2).รายวิชางานช่างศิลปะประดิษฐ์ “การต้องดอก” สำหรับนักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจ
3).แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตร“การต้องดอก”ระดับชั้นมัธยมศึกษา
4).ศึกษาและรวบรวม”คร่าวหงส์”บทวรรณกรรมพื้นบ้านที่สะท้อนความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และคุณงามความดีของผู้วายชนม์
- ได้มีเอกสารที่รอการตีพิมพ์เพื่อการเผยแพร่ คือ ป่าชุมชนบ้านถ้ำจอมศีล วิถีและองค์ภูมิปัญญาในการรักษาป่า, แบบเรียนการต้องดอก และ วรรณกรรม”คร่าวหงษ์”
6. ด้านพิพิธภัณฑ์ชุมชน ได้สนับสนุนแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้านของเอกชนที่จัดกิจกรรมโดยไม่มุ่งหวังทางธุรกิจ เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน และเยาวชนใน 4 ตำบลเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาพื้นบ้าน
ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านถ้ำตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านถ้ำ ทางหลวงหมายเลข 1251หลักกิโลเมตรที่ 14 ถนนดอกคำใต้ – เชียงม่วน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ริเริ่มก่อตั้งหลังจาก ที่กลุ่มเพื่อนครูพัฒนา ใน4 ตำบลได้จัดทำโครงการช่วยเหลือนักเรียนในนามเด็กรักถิ่นร่วมกับ NGO ต่อมาเห็นว่าอาจารย์อุทัย ไชยวุฒิสมาชิกกลุ่มได้เก็บรวบรวมโบราณวัตถุอยู่แล้ว จึงมีการสนับสนุนในการจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านบ้านถ้ำขึ้น ซึ่งก่อตั้งและรวบรวมเอกสาร โบราณวัตถุ เครื่องใช้พื้นบ้าน เป็นศูนย์ข้อมูลทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน มีเนื้อที่ทั้งหมด 9 ไร่ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นอาคารใช้แสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่พื้นบ้าน และพิพิธภัณฑ์ที่แสดงการก่อตั้งชุมชน เครื่องใช้ โบราณวัตถุที่พบในอำเภอดอกคำใต้ ตั้งแต่ยุคหินถึงปัจจุบัน ซึ่งใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนในเขตพื้นที่ 4 ตำบล มีตำบลบ้านปิน ตำบลหนองหล่ม ตำบลคือเวียง และตำบลบ้านถ้ำ
การศึกษาแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาพื้นบ้านเป็นหมู่คณะดังนี้
1).นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม จำนวน 30 คน
2). นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนถ้ำปินวิทยาคม จำนวน 25 คน
3). เยาวชน 4ตำบล กลุ่มอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้าน จำนวน 42 คน
4). นักศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนตำบลปิน คือเวียงและตำบลบ้านถ้ำ จำนวน 35 คน
5). นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร สาขาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ศูนย์การเรียนรู้ศูนย์รวมน้ำใจ จำนวน 41 คน
6).นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 โรงเรียนบ้านถ้ำประชาบำรุง จำนวน 107 คน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น