ผลการดำเนินงานโครงการสืบสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
บทนำ
ในกระแสความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตประจำวันสู่ภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นนั้น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน วัฒนธรรมการพึ่งพาอาศัย องค์ความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ผ่านการคัดกรองจากรุ่นสู่รุ่น มาถึงปัจจุบันเริ่มถูกทอดทิ้งจากสังคม ชุมชน ตลอดจนเยาวชนรุ่นใหม่ การฟื้นฟูหรือการศึกษาเพื่อนำมาเผยแพร่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำความเข้าใจ และสืบทอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของชุมชน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ดำเนินการโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ได้รับผิดชชอบโครงการ และประกาศให้โครงการดังกล่าวถือเป็น “ระเบียบวาระแห่งชาติ : สร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยการรวมพลังกับทุกหน่วยงาน
ดังนั้นทางศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ จึงได้ดำเนินการโครงการสืบสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบ้านถ้ำประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การทำโครงการครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อนำผลที่ศึกษามาเผยแพร่ในชุมชนและเยาวชนให้ได้รับการศึกษาเรียนรู้และสืบทอดวัฒนธรรมสิ่งที่ดีงามสืบไป
วิธีการศึกษาและดำเนินโครงการ
การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบสำรวจ โดยการสอบถามผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษา ตัวแทนกรรมการภายในชุมชน
การวิเคราะห์การดำเนินโครงการแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1).กำหนดกรอบสอบถามหรือสัมภาษณ์ 2). วิเคราะห์แบบสอบถามหรือบทสัมภาษณ์ 3). วิเคราะห์ข้อมูลความเห็นจากการสอบถาม 4). นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสารและแบบสอบถาม สัมภาษณ์มาสร้างเนื้อหา และเรียบเรียงข้อมูลประวัติชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
ผลการศึกษาและดำเนินการโครงการ
ผลของการศึกษาและดำเนินการมี 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นข้อมูลทั่วไปของการดำเนินการที่ได้จากการสอบถามสัมภาษณ์ และส่วนที่สองเป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสัมภาษณ์ การค้นคว้าเอกสารตำรามาประกอบการเรียงลำดับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยเรียงลำดับเนื้อหาและเวลาทางประวัติศาสตร์ ส่วนที่สามเป็นแผ่นป้ายและเอกสารเผยแพร่โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ข้อมูลทั่วไปและการดำเนินงานโครงการด้านชุมชน ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ทราบการดำเนินงานในโครงการจัดทำศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ ในส่วนกรรมการดำเนินการในโครงการส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญของการทำงานของโครงการ แต่หากมองในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์เห็นด้วย หากภาพรวมโดยการพิจารณาจากคณะกรรมการดำเนินงานจัดกิจกรรมในหกด้านของวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เห็นด้วยและเห็นว่ามีประโยชน์มาก แต่หากมองในการดำเนินการจริงเห็นว่ามีอุปสรรคในเรื่องเวลาของกรรมการในการพิจารณาหรือการจัดการประชุมในแต่ละครั้ง ที่มีผลกระทบคือการทำงานและงบประมาณ
2. ข้อมูลที่รวบรวมทางด้านประวัติศาสตร์ชุมชน จากการสอบถามสัมภาษณ์ และค้นคว้าจากเอกสารตำราพบว่า
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ชุมชนบ้านถ้ำเคยเป็นถิ่นอาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จากหลักฐานที่พบในพื้นที่ราบเชิงเขาจากร่องรอยของมนุษย์ที่พบในเขตดอกคำใต้ ทำให้ทราบว่าเป็นดินแดนที่มีความเก่าแก่ดึกดำบรรพ์แห่งหนึ่ง จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน ในระยะเวลา 5,000 ปี ถึง 2,500 ปี มาแล้ว ใช้เครื่องมือในกลุ่ม" เครื่องมือหินขัด " ( Polished Stone Adzes / Axes )ร่องรอยถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคหินใหม่ ที่พบบริเวณเพิงผาถ้ำดูก หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านถ้ำ น่าจะเป็นที่พักชั่วคราว และชำแหละสัตว์โดยนำกระดูกทิ้งในบริเวณปากถ้ำไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันได้มีนักล่าสมบัติและมีบุคคลบางกลุ่มได้ไปขุดค้นทำลายหลักฐานทางโบราณคดีไปอย่างน่าเสียดาย ในยุคนี้มีคนหลายกลุ่มที่เคยอาศัยอยู่บนที่สูง น่าจะเคลื่อนย้ายลงมาอยู่ในที่ราบริมน้ำ มีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และทำเครื่องปั้นดินเผา จากหลักฐานต่างๆ ทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะมีการติดต่อกับเมืองน่านและจังหวัดเชียงรายเพราะมีเครื่องมือหินขัดชนิดเดียวกัน ในยุคนี้ไม่มีหลักฐานที่พอจะเห็นการพัฒนาการต่อมาจนถึงยุคหลัง
ยุคประวัติศาสตร์
จากหลักฐานที่พบ เป็นโบราณวัตถุ เครื่องหินทราย สัมฤทธิ์และพระพุทธรูปจำนวนมากมาย พอสันนิษฐานได้ว่า ชุมชนโบราณบ้านถ้ำเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ ไม่น้อยไปกว่า เวียงหรือเมืองโบราณ เพราะเมืองในสมัยโบราณ ใช้สำหรับป้องกันหรือใช้เป็นสถานที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู แต่ชุมชนบ้านถ้ำได้อาศัยภูเขา ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยและหลบภัยและเป็นที่ซ่อนโบราณวัตถุที่มีค่า เช่นพบพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ในถ้ำตาแสง พบเครื่องมือทอผ้าในถ้ำกี่ และพบเครื่องใช้มากมายที่ถูกทิ้งไว้ในถ้ำ บ้านถ้ำจึงเป็นชุมชนที่เขื่อมโยงค้าขายกับเมืองต่าง ๆ ที่ติดต่อกันและเป็นชุมชนที่มีความสำคัญต่อเมืองพะเยา เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรพะเยาจึงมีผลกระทบต่อชุมชนบ้านถ้ำเหมือนกัน การศึกษาประวัติศาสตร์จึงต้องเชื่อมโยงกับอาณาจักรพะเยา
ยุคปัจจุบัน
พ.ศ.2400 ตรงกับเดือน6เหนือ ขึ้น5 ค่ำ วันจันทร์ ปีสะง้า(มะเมีย) มีชาวบ้านจากบ้านนาแงะและบ้านนาเหลียว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จำนวน 7 ครอบครัว พากันอพยพกันมาอาศัยอยู่ที่บ้านถ้ำ ซึ่งขณะนั้นมีสภาพเป็นบ้านร้าง และได้มาอาศัยอยู่ทิศตะวันตกและทิศใต้ของวัดร้างซึ่งปัจจุบันคือวัดสุวรรณคูหา 7 ครอบครัวนั้นประกอบด้วย
1.พ่อหนานปัญโญ-แม่คำน้อย
2.พ่อแสนใจ-แม่คำปัน
3.พ่อวัน-แม่จุ้ม
4.พ่อคำแสน-แม่จันทร์สม
5.พ่อมน-แม่จันทร์แก้ว
6.พ่อบุญแก่น-แม่เตี้ยง
7.พ่อคำอ้ายแม่บัวเขียว
3. แผ่นป้ายและเอกสารเผยแพร่ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการมีแผ่นป้ายเผยแพร่ข้อมูลทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนตำบลบ้านถ้ำในการศึกษาและนำเสนอต่อที่สาธารณะชน สถานศึกษา
ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา
บทนำ
ในกระแสความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตประจำวันสู่ภาคอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้นนั้น วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชน วัฒนธรรมการพึ่งพาอาศัย องค์ความรู้และภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ผ่านการคัดกรองจากรุ่นสู่รุ่น มาถึงปัจจุบันเริ่มถูกทอดทิ้งจากสังคม ชุมชน ตลอดจนเยาวชนรุ่นใหม่ การฟื้นฟูหรือการศึกษาเพื่อนำมาเผยแพร่เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำความเข้าใจ และสืบทอดองค์ความรู้เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญของชุมชน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้ดำเนินการโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ได้รับผิดชชอบโครงการ และประกาศให้โครงการดังกล่าวถือเป็น “ระเบียบวาระแห่งชาติ : สร้างความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืนด้วยการรวมพลังกับทุกหน่วยงาน
ดังนั้นทางศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ จึงได้ดำเนินการโครงการสืบสานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ชุมชนตำบลบ้านถ้ำประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การทำโครงการครั้งนี้จึงเป็นการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนเพื่อนำผลที่ศึกษามาเผยแพร่ในชุมชนและเยาวชนให้ได้รับการศึกษาเรียนรู้และสืบทอดวัฒนธรรมสิ่งที่ดีงามสืบไป
วิธีการศึกษาและดำเนินโครงการ
การศึกษาครั้งนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบสำรวจ โดยการสอบถามผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษา ตัวแทนกรรมการภายในชุมชน
การวิเคราะห์การดำเนินโครงการแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1).กำหนดกรอบสอบถามหรือสัมภาษณ์ 2). วิเคราะห์แบบสอบถามหรือบทสัมภาษณ์ 3). วิเคราะห์ข้อมูลความเห็นจากการสอบถาม 4). นำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเอกสารและแบบสอบถาม สัมภาษณ์มาสร้างเนื้อหา และเรียบเรียงข้อมูลประวัติชุมชนตำบลบ้านถ้ำ
ผลการศึกษาและดำเนินการโครงการ
ผลของการศึกษาและดำเนินการมี 3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งเป็นข้อมูลทั่วไปของการดำเนินการที่ได้จากการสอบถามสัมภาษณ์ และส่วนที่สองเป็นข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสัมภาษณ์ การค้นคว้าเอกสารตำรามาประกอบการเรียงลำดับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ โดยเรียงลำดับเนื้อหาและเวลาทางประวัติศาสตร์ ส่วนที่สามเป็นแผ่นป้ายและเอกสารเผยแพร่โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. ข้อมูลทั่วไปและการดำเนินงานโครงการด้านชุมชน ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ทราบการดำเนินงานในโครงการจัดทำศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนตำบลบ้านถ้ำ ในส่วนกรรมการดำเนินการในโครงการส่วนใหญ่ไม่ค่อยมองเห็นความสำคัญของการทำงานของโครงการ แต่หากมองในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์เห็นด้วย หากภาพรวมโดยการพิจารณาจากคณะกรรมการดำเนินงานจัดกิจกรรมในหกด้านของวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน เห็นด้วยและเห็นว่ามีประโยชน์มาก แต่หากมองในการดำเนินการจริงเห็นว่ามีอุปสรรคในเรื่องเวลาของกรรมการในการพิจารณาหรือการจัดการประชุมในแต่ละครั้ง ที่มีผลกระทบคือการทำงานและงบประมาณ
2. ข้อมูลที่รวบรวมทางด้านประวัติศาสตร์ชุมชน จากการสอบถามสัมภาษณ์ และค้นคว้าจากเอกสารตำราพบว่า
ยุคก่อนประวัติศาสตร์
ชุมชนบ้านถ้ำเคยเป็นถิ่นอาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์จากหลักฐานที่พบในพื้นที่ราบเชิงเขาจากร่องรอยของมนุษย์ที่พบในเขตดอกคำใต้ ทำให้ทราบว่าเป็นดินแดนที่มีความเก่าแก่ดึกดำบรรพ์แห่งหนึ่ง จากการพบเครื่องมือเครื่องใช้ที่ทำด้วยหิน ในระยะเวลา 5,000 ปี ถึง 2,500 ปี มาแล้ว ใช้เครื่องมือในกลุ่ม" เครื่องมือหินขัด " ( Polished Stone Adzes / Axes )ร่องรอยถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคหินใหม่ ที่พบบริเวณเพิงผาถ้ำดูก หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านถ้ำ น่าจะเป็นที่พักชั่วคราว และชำแหละสัตว์โดยนำกระดูกทิ้งในบริเวณปากถ้ำไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันได้มีนักล่าสมบัติและมีบุคคลบางกลุ่มได้ไปขุดค้นทำลายหลักฐานทางโบราณคดีไปอย่างน่าเสียดาย ในยุคนี้มีคนหลายกลุ่มที่เคยอาศัยอยู่บนที่สูง น่าจะเคลื่อนย้ายลงมาอยู่ในที่ราบริมน้ำ มีการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และทำเครื่องปั้นดินเผา จากหลักฐานต่างๆ ทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะมีการติดต่อกับเมืองน่านและจังหวัดเชียงรายเพราะมีเครื่องมือหินขัดชนิดเดียวกัน ในยุคนี้ไม่มีหลักฐานที่พอจะเห็นการพัฒนาการต่อมาจนถึงยุคหลัง
ยุคประวัติศาสตร์
จากหลักฐานที่พบ เป็นโบราณวัตถุ เครื่องหินทราย สัมฤทธิ์และพระพุทธรูปจำนวนมากมาย พอสันนิษฐานได้ว่า ชุมชนโบราณบ้านถ้ำเป็นชุมชนที่มีขนาดใหญ่ ไม่น้อยไปกว่า เวียงหรือเมืองโบราณ เพราะเมืองในสมัยโบราณ ใช้สำหรับป้องกันหรือใช้เป็นสถานที่หลบภัยจากข้าศึกศัตรู แต่ชุมชนบ้านถ้ำได้อาศัยภูเขา ถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยและหลบภัยและเป็นที่ซ่อนโบราณวัตถุที่มีค่า เช่นพบพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่ในถ้ำตาแสง พบเครื่องมือทอผ้าในถ้ำกี่ และพบเครื่องใช้มากมายที่ถูกทิ้งไว้ในถ้ำ บ้านถ้ำจึงเป็นชุมชนที่เขื่อมโยงค้าขายกับเมืองต่าง ๆ ที่ติดต่อกันและเป็นชุมชนที่มีความสำคัญต่อเมืองพะเยา เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับอาณาจักรพะเยาจึงมีผลกระทบต่อชุมชนบ้านถ้ำเหมือนกัน การศึกษาประวัติศาสตร์จึงต้องเชื่อมโยงกับอาณาจักรพะเยา
ยุคปัจจุบัน
พ.ศ.2400 ตรงกับเดือน6เหนือ ขึ้น5 ค่ำ วันจันทร์ ปีสะง้า(มะเมีย) มีชาวบ้านจากบ้านนาแงะและบ้านนาเหลียว อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง จำนวน 7 ครอบครัว พากันอพยพกันมาอาศัยอยู่ที่บ้านถ้ำ ซึ่งขณะนั้นมีสภาพเป็นบ้านร้าง และได้มาอาศัยอยู่ทิศตะวันตกและทิศใต้ของวัดร้างซึ่งปัจจุบันคือวัดสุวรรณคูหา 7 ครอบครัวนั้นประกอบด้วย
1.พ่อหนานปัญโญ-แม่คำน้อย
2.พ่อแสนใจ-แม่คำปัน
3.พ่อวัน-แม่จุ้ม
4.พ่อคำแสน-แม่จันทร์สม
5.พ่อมน-แม่จันทร์แก้ว
6.พ่อบุญแก่น-แม่เตี้ยง
7.พ่อคำอ้ายแม่บัวเขียว
3. แผ่นป้ายและเอกสารเผยแพร่ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการมีแผ่นป้ายเผยแพร่ข้อมูลทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาพื้นบ้านของชุมชนตำบลบ้านถ้ำในการศึกษาและนำเสนอต่อที่สาธารณะชน สถานศึกษา


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น